AI ไม่ได้เก่งเพราะมันฉลาด: วิธีคุยกับ AI ให้ได้คำตอบที่ใช้งานได้

ทำไม AI ตอบไม่ตรงใจ วิธีคุยต่อเพื่อปรับคำตอบทีละรอบ ตัวอย่างการคุย 4 รอบกับงานจริง และประโยคสั้น ๆ ที่ใช้ปรับคำตอบได้ทันที

อ่าน EP.2 แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมบางคนใช้ AI แล้วทำงานเร็วขึ้นหลายเท่า

ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่า AI ตอบไม่ตรงใจ อาจไม่ใช่เพราะ AI ไม่เก่ง แต่เป็นเพราะเรายังไม่ได้บอกมันว่าต้องการอะไรจริง ๆ

ลองนึกภาพว่าคุณเดินเข้าร้านอาหาร แล้วบอกพนักงานว่า “เอาอาหารมาจานหนึ่ง” พนักงานคงงง เพราะไม่รู้ว่าคุณอยากกินอะไร กินเผ็ดได้ไหม หรือหิวแค่ไหน แต่ถ้าบอกว่า “ขอกะเพราหมูสับไข่ดาว ไม่เผ็ดมาก ข้าวน้อย” โอกาสได้อาหารถูกใจก็สูงขึ้นทันที AI ก็ทำงานแบบเดียวกัน

AI เหมือนเด็กฝึกงานเก่ง ๆ ที่อ่านใจเราไม่ออก

ลองนึกว่ามีเด็กฝึกงานคนหนึ่งเข้ามาในสำนักงาน อ่านหนังสือมาหลายล้านเล่ม ทำงานเร็ว ไม่บ่น พร้อมช่วยตลอดเวลา แต่มีข้อจำกัดข้อเดียวคือ อ่านใจเราไม่ออก

ถ้าบอกว่า “ช่วยทำรายงาน” เขาจะไม่รู้ว่ารายงานเรื่องอะไร ให้ใครอ่าน หรือยาวเท่าไร แต่ถ้าบอกว่า “ช่วยทำรายงานสรุปผลโครงการฝึกอบรม AI สำหรับผู้ประกอบการ ความยาว 2 หน้า ใช้ภาษาราชการ” เขาจะเริ่มงานได้ทันที

คนที่ใช้ AI ได้ผลดีจึงไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่เป็นคนที่อธิบายสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ชัด

AI ไม่ใช่ Google ถามครั้งเดียวแล้วเลิกไม่ได้

หลายคนถาม AI ครั้งเดียว ได้คำตอบไม่ถูกใจ แล้วสรุปว่า “AI ไม่เก่ง” ทั้งที่จุดเด่นของ AI แบบแชตคือเราคุยต่อได้ในห้องแชตเดิม และ AI จะจำบริบทที่คุยกันไว้ เราจึงค่อย ๆ ปรับงานได้ทีละรอบ เหมือนทำงานกับผู้ช่วยตัวจริง

ตัวอย่างการคุย 4 รอบ กับงานจริง

สมมติว่าต้องร่างข้อความประชาสัมพันธ์การอบรมให้บุคลากรในหน่วยงาน

รอบที่ 1: ช่วยร่างข้อความประชาสัมพันธ์การอบรมการใช้ AI ในงานสำนักงาน

รอบที่ 2: ปรับเป็นภาษาทางการ สำหรับแจ้งบุคลากรภายในหน่วยงาน

รอบที่ 3: เพิ่มรายละเอียด อบรมวันที่ 25 พฤศจิกายน เวลา 09.00-12.00 น. ห้องประชุม 2 รับ 30 คน สมัครภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน

รอบที่ 4: ย่อให้เหลือไม่เกิน 6 บรรทัด สำหรับส่งในกลุ่ม LINE

รอบแรกเราจะได้ร่างกว้าง ๆ รอบที่สองได้น้ำเสียงที่เหมาะกับผู้อ่าน รอบที่สามได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และรอบที่สี่ได้รูปแบบที่พร้อมส่ง ทั้งหมดใช้เวลาไม่กี่นาที และทุกข้อมูลที่สำคัญมาจากเรา ไม่ได้ปล่อยให้ AI เดาเอง

ข้อมูล 4 อย่างที่ควรบอก AI ทุกครั้ง

  1. อยากได้อะไร เช่น บทความ รายงาน ตาราง โพสต์ หรือหนังสือราชการ
  2. ใครเป็นคนอ่าน เช่น ผู้บริหาร ประชาชนทั่วไป นักเรียน หรือคนวัย 50+
  3. สไตล์แบบไหน เช่น ทางการ เป็นกันเอง หรือเข้าใจง่าย
  4. ยาวเท่าไร เช่น 100 คำ 1 หน้า หรือ 5 หัวข้อ

ถ้าอยากได้สูตรเขียนคำสั่งแบบละเอียด พร้อมตัวอย่างตามงานแต่ละประเภท อ่านต่อในตอน Prompt คืออะไร

ประโยคสั้น ๆ ที่ใช้ปรับคำตอบได้ทันที

อยากให้คำตอบเป็นแบบนี้พิมพ์ต่อว่า
สั้นลงย่อให้เหลือ 5 บรรทัด
ทางการขึ้นปรับเป็นภาษาราชการ สุภาพ กระชับ
เข้าใจง่ายขึ้นอธิบายใหม่ให้คนอายุ 60 ที่ไม่ใช่สายเทคโนโลยีเข้าใจ
มีตัวอย่างประกอบยกตัวอย่างจากงานสำนักงานจริง 2 ตัวอย่าง
อ่านง่ายเป็นระบบจัดเป็นตาราง 2 ช่อง หรือเป็นข้อ ๆ
ตรวจความถูกต้องบอกส่วนที่ไม่แน่ใจและควรตรวจสอบเพิ่ม

ลองถาม AI วันนี้

เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ที่ตรวจคำตอบเองได้ เช่น

  • ช่วยคิดเมนูอาหารเย็นสำหรับ 3 คน ไม่เผ็ด ใช้เวลาทำไม่เกิน 30 นาที
  • ช่วยเขียนคำอวยพรวันเกิดหัวหน้า ใช้ภาษาสุภาพ 3 บรรทัด
  • ช่วยวางแผนเที่ยวอุบลราชธานี 2 วัน 1 คืน สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ
  • อธิบายคำว่า AI ให้เหมือนสอนเด็กประถม

การเรียนรู้ AI ไม่ได้เริ่มจากเรื่องยาก แต่เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ประโยคเดียว แล้วฝึกคุยต่อจนได้คำตอบที่ใช้ได้

สรุป

AI ไม่ได้เก่งเพราะรู้ทุกอย่าง แต่เก่งเพราะรับฟังสิ่งที่เราบอก คุณภาพของคำตอบจึงขึ้นกับคุณภาพของคำถาม บอกให้ชัดว่าต้องการอะไร ให้ใครอ่าน แบบไหน ยาวเท่าไร แล้วคุยต่อเพื่อปรับงานทีละรอบ อย่ากลัวที่จะพิมพ์ผิดหรือถามซ้ำ เพราะไม่มีใครใช้ AI เก่งตั้งแต่วันแรก

ตอนถัดไป: Prompt คืออะไร สูตรเขียนคำสั่งให้ AI ทำงานได้ตรงโจทย์ พร้อมตัวอย่างใช้งานจริง

ตระกูล อ่อนรัตน์ Avatar

ตระกูล อ่อนรัตน์

ลงมือสร้างระบบช่วยงานจริง แล้วเขียนเล่าเป็นขั้นตอนให้ทำตามได้ ติดตรงไหน ถามไว้ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือส่งโจทย์มาที่หน้าติดต่อ

ส่งโจทย์ให้ผม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *